ฉันเคยได้ยินได้ฟังได้อ่านข่าวอาชญากรรมอยู่บ่อยๆ ถึงเหตุการณ์คนเมายาบ้าแล้วคลั่งทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิต
ฉันเคยได้ยินได้ฟังมา ถึงพิษร้ายของยานรกที่ว่าที่มีต่อผู้เสพ ผู้ขาย และคนรอบข้าง
แต่ฉันไม่เคยได้รับรู้ถึงความทุกข์โศก จากการสูญเสียอันเกิดจากมหันตภัยร้ายจากยาเสพติดแบบใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน
ถึงแม้ว่าเรื่องที่ได้รับรู้ จะผ่านจากคำบอกเล่า แต่สิ่งที่เกิด ประสบกับเพื่อนบ้าน คนที่เคยเห็น คนที่เคยคุย คนที่รู้จัก
ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดไกลถึงร้อยเอ็ด แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคนดีๆถึงสองคน ที่เรารู้จัก เคยพูดคุย คนที่เป็นเพื่อนบ้านของเรา ทำให้มันยากที่จะเมินเฉยกับข่าวที่เกิดขึ้น เช่นข่าวอื่นๆที่เคยได้ยินได้ฟังมา
ท่ามกลางสายตาของผู้อ่านข่าวทั่วประเทศ ผู้หนึ่งที่เรารู้จัก กลับกลายเป็นผู้ก่อเหตุโดยปราศจากสติ ผู้หนึ่งที่เรารู้จัก กลับกลายเป็นเหยื่อการประทุษร้ายอันปราศจากสตินั้น จะมีใครรู้บ้างหนอว่าญาติพี่น้องของทั้งสองจะเสียน้ำตาขนาดไหน เมื่อทั้งสองมีศักดิ์เป็นน้าหลานกัน!!
หากจะให้กล่าวโทษใคร ในที่นี้ หลายๆคนคงจะกล่าวโทษประนามหยามเหยียดผู้ก่อเหตุ แต่หากใครที่รู้จักกับผู้ก่อเหตุแล้ว จะรู้ได้ว่า เขาไม่ได้เป็นคนที่มีพฤติกรรมเหลวแหลกติดยาแบบนั้น
หากใครที่เคยเสพยา หรือติดยา คงจะรู้ได้ว่า อาการคุ้มคลั่งดังกล่าว เกิดจากการเสพยาเกินขนาด โดยเฉพาะอย่างย่ิง สำหรับคนที่ "ไม่เคย" เสพยามาก่อน ทำให้ไม่สามารถควบคุมสติและพฤติกรรมของตนเองได้!!
ถ้าอย่างนั้น หากว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ก่อเหตุเสพ ซึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ได้ว่าก่อนเกิดเหตุนั้นผู้ก่อเหตุไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ และกลับมาบ้านพักที่กรุงเทพพร้อมอาการดังกล่าว ก็สามารถสันนิษฐานได้ว่า "เพื่อน" ชักจูงให้ผู้ตายเสพเช่นกัน เราจะไม่สรุปว่า ผู้ก่อเหตุจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม แต่พฤติกรรมคุ้มคลั่งดังกล่าวสามารถชี้ชัดในตัวว่านี่คือการคลั่งยาบ้า
ที่น่าคลั่งใจไปกว่านั้นก็คือ หลังเกิดเรื่อง เพื่อนของผู้ก่อเหตุยังมีหน้ามาบอกแม่เขาอีกว่า "ไม่มีการเสพยาใดๆทั้งสิ้น" ที่ผู้ก่อเหตุคลั่ง เพราะไปปัสสาวะรดศาลอะไรสักอย่างนี่แหละ มันน่าโมโหมั้ย มีการโยนบาปไปให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกแน่ะ อย่างนี้ใครกันแน่ที่พูดจาลบหลู่ น่าจะโดนเสียให้เข็ด
แต่เรื่องนี้ก็สามารถสรุปผลได้ หลังจากผลชันสูตรว่า ในร่างผู้ก่อเหตุที่ตอนนี้เสียชีวิตไปแล้วมีสารพิษร้ายจากยาเสพติดร้ายแรงนั่นอยู่หรือไม่ หากใช่ พวกเพื่อนๆเขานั่นแหละ ที่โกหก
ซึ่งเราคิดว่าหากเรื่องการเสพยาเป็นจริง น่าจะมีการขยายผล แจ้งจับเจ้าโจรถ่อยพวกนี้โทษฐานแพร่พิษร้ายแ่ก่สังคมด้วยการมีวัตถุเสพติดไว้ในครอบครอง และ เสพยาเสพติดให้โทษ (อาจเสริมอีกกระทง --ซึ่งอาจจะฟังดูเพ้อฝัน ก็คือ ทำให้เพื่อนถึงแก่ชีวิตด้วยการชักจูงเพื่อนให้เสพยา) และขยายผลไปอีกว่า ยานรกนี่ซื้อได้มาจากไหน และสืบสาวราวเรื่องให้กระจ่าง)
เรื่องนี้ทำให้เห็นซึ้งถึงภัยร้ายแรงจากยาเสพติด ว่าถึงแม้จะเสพเพียงแค่ครั้งแรกและครั้งเดียว ก็อาจทำให้จบชีวิตที่ควรจะมีอนาคตอันสดใสไปก่อนวัยอันควรได้ และไม่ใช่เพียงผู้เสพเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากพิษร้ายที่ผู้เสพเสพเข้าไป บุคคลรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใกล้ชิด ล้วนแล้วแต่ประสบเคราะห์จากความเสียใจ ซึ่งอาจรวมไปถึง "ชีวิต" ดังเช่นเรื่องนี้ก็ได้
ภาพของหญิงและชายคู่หนึ่งที่เดินมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ แหวกฝูงชนที่มุงดูและวิพากษย์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเมามัน ทั้งทู่ถึงกับแทบไม่เชื่อสายตาว่า ร่างไร้วิญญาณที่ทอดยาวอยู่บนถนน หนึ่งนั้นก็คือผู้ที่เพิ่งโทรศัพท์แจ้งให้ออกมารับลูกชายที่เกิดอาการคุ้มคลั่งเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา และอีกฟากของถนนก็คือร่างบุตรชายอันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ถูกกระทำการ "วิสามัญ" เพื่อหยุดอาการคุ้มคลั่งไล่ทำร้ายผู้คน
เสียงร่ำไห้โศกสลดหวนให้นึกถึงโศกนาฏกรรมร้อยพันที่บัดนี้ย้อนรอยมาเกิดขึ้นอีกครั้ง แม้จะต่างกรรมต่างวาระ
แต่ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมเหล่านี้มีเพียงหนึ่งเดียว ก็คือ "ยาเสพติด" ซึ่งเป็นพิษร้าย กร่อนกินสังคมไทยให้เน่าเฟะเหลวแหลกจนยากเยียวยา
ได้แต่หวังว่า "สักวัน ยาเสพติดจะเลือนหายไปจากสังคม"
คำไว้อาลัย
หากว่าเจ้าของรถที่ผู้ก่อเหตุโดยสาร "ทิ้งผู้ก่อเหตุ" ที่ "ไร้อาวุธ" บริเวณ "เขียงเนื้อ" เรื่องก็คงไม่รุนแรงถึงขั้นนี้
หากว่าผู้เป็นแม่ของผู้ก่อเหตุที่อยู่ที่ร้อยเอ็ด ไม่ได้ให้ลูกชายตนเดินทางกลับบ้าน เรื่องก็คงไม่เกิด
หากว่า้น้าของผู้ก่อเหตุ (เหยื่อ) ไม่ได้เดินทางเพื่อดูแลหลานชายของตนซึ่งขาดสติอย่างหนัก เรื่องก็คงไม่เกิด
หากว่าเพื่อนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้ชักจูงให้ผู้ก่อเหตุเสพยา (อาจจะโดยรู้หรือไม่รู้ตัว) เรื่องก็คงไม่เกิด
หากว่าผู้ก่อเหตุ เลือกคบเพื่อนดี เรื่องก็คงไม่เกิด
หากว่าเพื่อนของผู้ก่อเหตุ เป็นคนดี ไม่เสพยา เรื่องก็คงไม่เกิด
หากว่าโลกนี้ไม่มียาเสพติด เรื่องก็คงไม่เกิด
----------------------
ถึงผู้ก่อเหต-ุ เรารู้ดีว่านายไม่ใช่คนที่ไร้ความคิดถึงขนาดนั้น แถมนายก็ยังนับได้ว่า เป็นลูกกตัญญู คอยช่วยพ่อแม่ทำงานอยู่ทุกคืน ตอนนี้นายพ้นทุกข์แล้ว ขอให้นายไปสู่สุขคติ แสวงหาทางพ้นทุกข์ จากวัฏฏะสงสารนี้ หากภพชาติมีจริง ก็ขอให้นายหนีพ้นจากยาอุบาทว์ และมีแต่กัลยาณมิตร อันจะส่งเสริมและสนับสนุนให้นายประสบแต่ความสุขและความรุ่งเรื่องต่อไป และเราจะจดจำรอยยิ้มของนายตลอดไป
ถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย- ด้วยความเป็นห่วงหลาน พี่ต้องออกเดินทางดูแลหลานที่คุ้มคลั่งขาดสติ ทั้งๆที่พี่เพิ่งจะเดินทางกลับมากรุงเทพเท่านั้น หากว่าพี่ไม่ได้ตามไปดูแลหลานด้วยความเป็นห่วงพี่ก็คงจะไม่ตาย แต่อาจมีผู้เคราะห์ร้ายจากอาการคุ้มคลั่งของผู้ก่อเหตุก็ได้ นี่ถือได้ว่า เป็นความกล้าหาญของพี่ที่ถึงแม้ก่อนพี่จะตายก็ยังสามารถป้องกันเหตุร้ายอันจะเกิดต่อผู้บริสุทธิ์อีกหลายรายได้ จึงขอให้ผลบุญที่พี่กระทำช่วยปกปักษ์คุ้มครองวิญญาณของพี่ให้ไปสู่สุขคติเทอญ
With Respect to my neighbors who has passed away by this incident.
edit @ 21 Apr 2008 09:34:22 by ~Real๐Nerve~