หมายเหตุ--ที่จริงปะไว้ในบล็อกเฮียหมิงแล้ว แต่มาปะตรงนี้อีก คงไม่ว่ากันนะ เหอๆๆๆ 

จริงๆแล้วก็หาศัพท์ของเพลงนี้เสร็จมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ว่างจะนั่งแปลให้ดีๆ ก็เลยเพิ่งมาคลอดเอาป่านนี้

(ทั้งๆที่แปลไป ร้องไป จนจำเนื้อได้หมดแล้ว ฮา) เอาเป็นว่า ไปฟัง แล้วก็อ่านเนื้อ+คำแปลกันดีกว่าค่ะ

因为有你. เพราะมีเธอ



因为有你
by 黄晓明 Album: It's Ming

ba ba ba ba ba ba
ba ba ba ba ba ba

如果感谢是我不擅长说的对白
ru guo gan xie shi wo bu can chang shuo de dui bai
แม้ฉันจะพูดไม่เก่ง แต่ใจฉันซาบซึ้งใจเธอเหลือเกิน

你的在乎其实我全都明白
ni de zai hu qi shi wo quan dou ming bai
ความห่วงใยของเธอ ฉันเข้าใจดีและซาบซึ้งยิ่งนัก

我的快乐来自你的微笑太灿烂
wo de kuai le lai zi ni de wei xiao tai can lan
ความสุขของฉัน มาจากรอยยิ้มอันแสนสดใสของเธอ

感觉真实的愉快
gan jue zhen shi de yu kuai
รู้สึกสบายใจจริงๆ

所以我能放心每段精彩
suo yi wo neng fang xin mei duan xing cai
ฉันจึงสามารถวางใจ ไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป

很想摆脱时间每一秒能慢一拍
hen xiang bai tuo shi jian mei yi miao neng man yi pai
อยากจะหยุดเวลา ทุกภาพทุกวินาที ให้ได้นานที่สุด

用眼神交换依赖
yong yan shen jiao huan yi lai
ส่งสายตาให้แก่กัน

不说话也能够猜
bu shuo hua ye neng gou cai
แม้ไม่ต้องพูด ก็สามารถเข้าใจกัน

因为你梦不断让每天不感慨
yin wei ni meng bu duan rang mei tian bu gan kai
เพราะมีเธอ ฉันจึงฝันดีเช่นนี้จึงไม่มีวันหยุด

很开心有你陪我看未来
hen kai xin you ni pei wo kan wei lai
รู้สึกยินดี ที่มีเธออยู่ร่วมเฝ้าดูอนาคตในวันข้างหน้า

所以梦装满坚持的走到现在
suo yi meng zhuang man ai jain chi de zou dao xian zai
ดังนั้นฝันที่อบอวลไปด้วยความรักที่ยืนหยัดมาจนถึงบัดนี้

好不容易把惊喜打开
hao bu rong yi ba jing xi da kai
จึงไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นเรื่องที่น่ายินดี

因为你爱不断跳进我的心海
yin wei ni ai bu duan tiao jin wo de xin hai
เพราะความรักที่มีให้เสมอจากเธอท่วมท้นใจของฉัน

烛火中永远都感觉温暖
zhu huo zhong yong yuan dou gan jue wen nuan
เปรียบเสมือนแสงเทียนอันนิรันดร์ให้ความอบอุ่นแก่ฉัน

约定要一辈子继续守护未来
yue ding yao yi bei zi ji xu de shou hu wei lai
พร้อมจะปกปักรักษากันและกันไปชั่วชีวิต

一路上我都不孤单
yi lu shang wo dou bu gu dan
บนเส้นท้างข้างหน้า ฉันไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

ba ba ba ba ba ba
ba ba ba ba ba ba

ใครที่ชอบดูหนังจีน หรืออ่านนิยายจีน คงจะคุ้ยเคยกับสำนวนเช่น

แค้นนี้ต้องชำระ

ลูกผู้ชาย 10ปี แก้แค้นก็ไม่สาย (อะไรประมาณนี้) คงได้ฟังมากันบ่อยๆ

 

วันนี้ขอนำเสนอ วลีเด็ดดังกล่าวให้เพื่อนๆมาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับเรา

(讎, 讐)    [chóu]

1. ศัตรู

2. ความแค้น ความเกลียดชัง

 ตย. 一定要报   (เจ้อโฉว อี๋ติ้ง เย่าเป้า) แค้นนี้ต้องชำระ   

 คุ้นมั้ยเอ่ย สำนวนนี้ กับอีกประโยคหนึ่งที่คุ้นเคยกันดี นั่นคือ

君子报十年不晚   (จุนซึ เป้าโฉว สือเหนียน ปู้หว่าน) ลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีไม่สาย

 คุ้นมากกกกกกก ใช่มั้ยเอ่ย

คำว่า จุนซึ หรือ  君子 แปลว่า สุภาพบุรุษ หรือ ลูกผู้ชาย (อะไรประมาณนี้) ซึ่งจะใช้ในสำนวนอย่างข้างบนนี้แหละ

 อย่างเช่น ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น

君子一言为定,驷马难追   (จุนซึ อีแหยนเหวยติ้ง ซื่อหม่าหนานจุย) ลูกผู้ชายตกลงแล้ว ไม่มีทางกลับคำ

ซึ่งมาจากวลีดังนี้

一言为定 [yìyánwéidìng] ที่แปลว่า ตกลง(ด้วยการเจรจา) และ

驷马难追  [sìmǎnánzhuī] ซึ่งมาจากสำนวนเต็มๆที่ว่า  一言既出,驷马难追  [yīyánjìchū, sìmǎnánzhuī] ซึ่งมีความหมายว่า เมื่อคำพูดออกจากปากแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (เหมือนกับรถม้าที่ออกวิ่งแล้วไม่สามารถหวนกลับคืนได้) ในบางความหมายก็หมายถึง การตัดสินใจทำบางอย่าง แล้วจะไม่มีการสำนึกเสียใจในภายหลังด้วย

 

สรุปลงท้ายกับที่มาของคำอธิบายและคำแปล ก็จากแหล่งเดิม nciku จ้า 

เวลาเรียนภาษาจีนแรกๆ มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นก็คือ ความสับสนในการออกเสียง เพราะจะทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปได้

บังเอิญ ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลมาฉบับหนึ่ง พูดถึงเรื่องของ Toung Twister การพูดแบบเร็วๆ อย่างเช่น เ้ช้ากินผัดฟักเย็นฟาดฟักผัด หรือ ท.ทหารถือปืนแบกปูนไปโบกตึก หรือ ระนองระยองยะลา

ซึ่งหากในภาษาอังกฤษก็เช่น Peter Pieper picked a peck of pickled pepper

ในฟอร์เวิร์ดเมลฉบับดังกล่าว ได้อธิบายรายละเอียดดังนี้ว่า

ตัวอย่างง่ายๆสำหรับผู้เริ่มต้นได้แก่คำว่า "ma". ซึ่งความหมายจะเปลี่ยนไปตามเสียงดังนี้ : "แม่" (mā), "(รู้สึก)ชา"(má) "ม้า"(mǎ), "ด่า ว่า"(mà).

ลองทดลองอ่านดูค่ะ

妈妈骑马,马慢,妈妈骂马

mǎ, màn

แม่ขี่ม้า ม้าวิ่งช้า แม่ว่าม้า

............................................................

四和十:
四是四,十是十,十四是十四,四十是四十,谁能分得清,请来试一试。

sì shì sì , shí shì shí, shísì shì shísì, sìshí shì sìshí , sheí néng fēn dé qīng, qǐng lái shì yī shì

สี่ออกเสียงว่าสี่ สิบออกเสียงว่าสิบ สิบสี่อ่านว่าสิบสี่ สี่สิบก็อ่านว่าสี่สิบ ใครสามารถอ่านได้ชัด เชิญมาลองอ่านออกเสียงดู

..........................................................................................................................................

ก็ ลองอ่านออกเสียงดูก็แล้วกันนะคะ สนุกดีเหมือนกันค่ะ

edit @ 19 Jun 2008 14:57:08 by ~Real๐Nerve~

edit @ 29 Jun 2008 23:15:40 by ~Real๐Nerve~

เมื่อวานไปเรียนจีน เหล่าซือท่องกลอนบทหนึ่งให้ฟัง แต่ไม่จบ ข้าพเจ้ารู้สึกคาใจเป็นอย่างยิ่ง ก็เลยมาค้นๆในเว็บ เจอกลอนบทดังกล่าว อ่านแล้ว โอ้โห สำนวนหนังจีนเป๊ะๆ (ก็ภาษาจีนนี่หว่า) พอแปบแกะมาทีละตัวทีละตัว ก็ อะโห โดนนนนนน อย่างแรง ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

善有善报,恶有恶报。 (ช่านโหยวช่านเป้า เอ้อโหยวเอ้อเป้า) ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

不是不报,时候未到。 (ปู๋ชื่อปู้เป้า ฉือโห้วเว่ยเต้า) กรรมนั้นย่อมสนองแน่ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา

时候一到,立即全报。 (ฉือโห้วอี๋เต้า ลี่จี๋แฉวนเป้า) เมื่อเวลานั้นมาถึง ผลกรรมนั้นย่อมตามทัน

--------------------------------------


善恶到头终有报,只争来早与来迟。 (ช่านเอ้อเต้า โถวจงโหย่วเป้า จื่อเจิงไหลเจ่า หยู่ไหลฉือ)

กรรมดีกรรมชั่วย่อมตามทัน เพียงแค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

---------------------------------------------

ขอมอบกลอนบทนี้แก่ ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีอำนาจล้นฟ้า คนที่เป็นหย่ายยยยยย และพวกที่ไม่เกรงกลัวกฏหมาย

 

หมายเหตุ--หาคำศัพท์เพิ่มเติมได้ที่ nciku


edit @ 18 Jun 2008 10:40:38 by ~Real๐Nerve~

edit @ 29 Jun 2008 23:15:56 by ~Real๐Nerve~

จากในเว็บพันทิป มีคนใจดี นำอนิเมเรื่องราวของ ก-ฮ มาร้อยเรียงอย่างสนุกสนานและฮาอุจจาระแตกอุจจาระแตน

(ขออภัย หากบรรยายเห็นภาพไปนิดส์) เพราะฉะนั้น ขออัญเชิญวีดีโอ จากยูทูปมาประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ จะได้แชร์ๆกันจ้า โฮะๆๆๆๆ

 

  ต้องขออภัยด้วย เนื่องจากไม่มีที่มาและเครดิตของผู้สร้าง จึงไม่สามารถนำมาบอกกล่าวกันได้ในที่นี้

 แต่หากผู้สร้างมาเห็น ก็ต้องขอขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ และฮาๆ มาให้ดูกัน เพื่อระลึกว่า อักษรไทยมีกี่ตัว อิอิอิ

可望而不可即 -----ได้แต่หวัง

posted on 22 May 2008 19:37 by realnerve  in Chinese

ไปเจอสำนวนสำนวนหนึ่งที่พอเห็นแล้วโดนใจมากมาย นั่นคือ

可望而不可即 (เข่อ วั่ง เอ่อร์ ปู๋ เข่อ จี้) ซึ่่งหากสรุปอย่างรวบรัดได้ใจความ ก็หมายความว่า ได้แต่หวัง (แต่ไม่มีทางสมหวัง) นั่นเอง

สำนวนนี้ นี่ช่างเหมาะเหม็งกับความรู้สึกของเราที่มีต่อบ้านเมืองในปัจจุบันเสียจริง

 

หวังที่ว่า จะมีแต่คนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง

หวังที่ว่า เหล่าปีศาจร้ายที่มีอำนาจทั้งหลายจะหูตาสว่าง กลับตัวกลับใจแล้วทำเพื่อบ้านเมืองกับเขาเสียที

หวังที่ว่า คนไทยจะรักสมัครสมานสามัคคี ไม่เป็นเหมือนคนในรถทัวร์ (ในโฆษณา)

หวังที่ว่า หวังที่ว่า หวังที่ว่า..............

แล้วเราก็ยังคงหวังไปอีกว่า โฆษณาต่อไปนี้ คงไม่เป็นแค่ตลกร้ายไร้สาระ ที่่ออกอากาศ (โดยเงินงปม.แผ่นดิน) โดยเสียเปล่าอีกชิ้นหนึ่งนะ

 


โครงการคุณธรรมนำไทย-สามัคคี

ที่มาของสำนวนจีน --ดิกสุดฮิป nciku.com

edit @ 29 Jun 2008 23:16:06 by ~Real๐Nerve~

นับตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันเคยได้ิยินข่าวเกี่ยวกับภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งต่างก็ดูเหมือนจะไกลตัวเสียเต็มประดา  และคิดอยู่เสมอว่า มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสียหน่อย ในเมื่อบ้านเมืองที่ฉันอยู่อาศัยเป็นผืนแผ่นดินที่มั่นคง ปลอดภัย และอบอุ่น

จบจนในทศวรรษที่ผ่านมา ข่าวคราวของพิบัติภัยที่เกิดขึ้นมีถี่ขึ้น แม้แต่ที่ที่ไม่คิดว่าจะเกิดโศกนาฏกรรม ก็เกิดขึ้นมาแล้ว

เมื่อย่างเข้าปี 2008 มาได้ไม่เท่าไหร่ มีทั้งข่าวแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ไฟป่า ฯลฯ หลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเมื่อย่างเข้าสู่เดือนพฤษภาคมได้ไม่เท่าไร ก็เกิดเคราะห์ซ้ำกระหน่ำซัดถึงสามเหตุการณ์ซ้อน

ภูเขาไฟระเบิดที่ชิลี

พายุนาร์กิสถล่มพม่า

และถัดจากนั้นไม่กี่วัน ก็เิกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เสฉวน

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น

ถึงแม้ว่าประเทศไทย บ้านเกิดเมืองนอนของเราจะไม่ได้อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุโดยตรง แต่เรารู้สึกได้ถึงความผิดปกติทางสภาพอากาศที่แปรปรวน ชวนให้นึกถึงความวินาศที่เกิดขึ้นกับเพื่อนบ้านและมิตรประเทศของเราทั้งสองเหตุการณ์

 

โลกนี้มีชีวิต แต่โลกพูดไม่ได้

โลกบอกเราด้วยการกระทำ 

 

เรากิน เราใช้ ทรัพยากรจากโลกใบนี้

เราทิ้ง เราทำร้าย โลกที่เป็นแหล่งทรัพยากร โลกที่เป็นบ้านของเรา

 

โลกอดทน และรอคอยด้วยความหวังว่ามนุษย์ที่อาศัยบนตัวของมันจะรู้สึกตัวและเพลาการทำร้ายโลกบ้าง

แต่ไม่

โลกเลิกทน และสำแดงฤทธาให้มนุษย์ผู้มาพึ่งพิงตัวของมัน ว่าโลกสุดจะทนแล้ว

 

ผลมาจากเหตุ ซึ่งเหตุก็มาจากความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์

ถึงเวลาหรือยัง ที่คนที่มีอำนาจทั้งการปกครอง และอำนาจทางการเงิน จะปล่อยวางทุกสิ่ง

 

หยุดเถียง หยุดแก่งแย่ง แล้วหันมาร่วมมือร่วมใจกันตอบแทน คุณของแผ่นดิน ที่เป็นที่คุ้มหัวของตน

เพราะเมื่อไหร่ที่โลกเลิกทน ต่อให้ร่ำรวยล้นฟ้า หรือมีอำนาจมากมายแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นซากศพกองหนึ่ง ที่ต้องถูกฝังไปในพสุธา อันมีชื่อว่า "โลก" นี้เอง

 

ขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าและประเทศจีนทุกชีวิต 

亡羊补牢 แพะหายล้อมคอก--〉〉กับปัญหาการเสพรับสื่อในสังคมไทย

ใครที่เคยได้ดูหนังจีนหรืออ่านนิยายจีน คงจะคุ้นเคยกับสำนวนในหนังจีน ไม่ว่า "แก้แค้นสิบปีไม่สาย" ฯลฯ แต่วันนี้ เรียลเนิร์ฟ ภูมิใจนำเสนอ สำนวนจีนอีกบทหนึ่ง ที่หากแปลตรงๆ คือ ล้อมคอกเมื่อแพะหาย หรือ ที่คุ้นๆหูตรงกับคำไทยก็คือ วัวหายล้อมคอกนั่นเอง

 

เฮ้อ กว่าจะเข้าให้ตรงจุด

亡羊补牢 [wángyángbǔláo] หมายความว่า มันไม่สายเกินไปที่จะล้อมคอกหลังแพะหาย ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้เป็นสำนวนที่ใช้ประชดประชันแต่อย่างใด แต่เป็นสำนวนที่ใ้ช้เพื่อตักเตือนให้หาทางป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก กล่าวคือ เมื่อแพะหายไปแล้วหนึ่ง หากไม่เสริมและซ่อมแซมรั้วที่ล้อมคอกให้แน่นหนา แพะก็อาจจะหายอีกได้

ทั้งนี้ในสำนวนไทย วัวหายล้อมคอก ที่ใช้ในปัจจุบัน ความหมายออกจะสื่อไปในเชิงลบสักนิด ประมาณว่า มีปัญหาค่อยหาทางมาป้องกันทีหลัง

เอาเป็นว่า จะไทยหรือจีนก็ตาม สรุปแล้วคือ ปัญหาเกิด แล้วค่อยหาทางป้องกัน ไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำอีกทีหนึ่ง

จะว่าไปในสังคมไทย การที่มีปัญหาใหญ่ๆ แล้วออกโรงมาพูดเย้วๆ ถึงวิธีแก้ปัญหา อย่างโน้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป นั้นไม่ถือว่าเป็น "วัวหายล้อมคอก" แต่น่าจะเข้ากับสำนวน "กระต่ายตื่นตูม" อะไรทำนองนี้มากกว่า คือ เรื่องเกิด ก็ตื่นเต้นกับมันสักพัก ออกมาโวยวายหาทางแก้ไข แต่สุดท้ายพอหายตกใจกับเรื่องเก่า ก็ลืมแล้วไปตกใจกับเรื่องใหม่แทน

อย่างจะเห็นได้ กับเรื่องหลายๆเรื่อง เช่นเมื่่อคืนที่มีโพลสำรวจเรื่องพฤติกรรมเด็กจากการเสพสื่อโทรทัศน์ที่ฟังแล้วน่าใจหาย ข่าวออกมาโครมๆ ว่าต้องหามาตรการป้องกันอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ก็ไม่เห็นมีใครเขาสนใจทำกันจริงๆซักคน แล้วก็มีการโบ้ยกันว่าเป็นความผิดของสื่อ เป็นความผิดของสถานี และผู้จัดรายการที่ออกอากาศสิ่งทั้งหลายแหล่ออกมา แต่ไม่มีใครกลับมามองที่จุดเริ่มต้น ซึ่งก็คือ "ตัวเอง" ว่ามีวิธีการจัดการ "เลือก" รับสื่อเหล่านั้นอย่างไร และมีวิธีที่จะ "สอน" เด็กในปกครองอย่างไร

หากจะผิด ก็ผิดกันทั้งหมด

ผิด ที่ "รับ" ไม่เลือก และ

ผิด ที่ "สร้าง"ไม่เลือก

และเมื่อไม่มีใครที่จะสืบสวน สืบสาวราวเรื่อง ว่า ปัญหาเกิดมาจากที่ใด ต่อให้ล้อมคอกอย่างไร แพะ ก็กลายพันธุ์เป็นวัวบ้าได้เหมือนกัน

สุดท้ายแล้ว ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า สังคมไทย จะพัฒนาจาก สังคม "กระต่ายตื่นตูม" ให้เป็น สังคม "แพะหายล้อมคอก" ได้ดีขนาดไหน

ลองไปอ่านความเห็นดูในกระทู้ที่พันทิปได้ ((คลิกที่นี๋))

edit @ 29 Jun 2008 23:16:17 by ~Real๐Nerve~

ฉันเคยได้ยินได้ฟังได้อ่านข่าวอาชญากรรมอยู่บ่อยๆ ถึงเหตุการณ์คนเมายาบ้าแล้วคลั่งทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิต

ฉันเคยได้ยินได้ฟังมา ถึงพิษร้ายของยานรกที่ว่าที่มีต่อผู้เสพ ผู้ขาย และคนรอบข้าง

แต่ฉันไม่เคยได้รับรู้ถึงความทุกข์โศก จากการสูญเสียอันเกิดจากมหันตภัยร้ายจากยาเสพติดแบบใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน

ถึงแม้ว่าเรื่องที่ได้รับรู้ จะผ่านจากคำบอกเล่า แต่สิ่งที่เกิด ประสบกับเพื่อนบ้าน คนที่เคยเห็น คนที่เคยคุย คนที่รู้จัก

ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดไกลถึงร้อยเอ็ด แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคนดีๆถึงสองคน ที่เรารู้จัก เคยพูดคุย คนที่เป็นเพื่อนบ้านของเรา ทำให้มันยากที่จะเมินเฉยกับข่าวที่เกิดขึ้น เช่นข่าวอื่นๆที่เคยได้ยินได้ฟังมา

ท่ามกลางสายตาของผู้อ่านข่าวทั่วประเทศ ผู้หนึ่งที่เรารู้จัก กลับกลายเป็นผู้ก่อเหตุโดยปราศจากสติ ผู้หนึ่งที่เรารู้จัก กลับกลายเป็นเหยื่อการประทุษร้ายอันปราศจากสตินั้น จะมีใครรู้บ้างหนอว่าญาติพี่น้องของทั้งสองจะเสียน้ำตาขนาดไหน เมื่อทั้งสองมีศักดิ์เป็นน้าหลานกัน!!

หากจะให้กล่าวโทษใคร ในที่นี้ หลายๆคนคงจะกล่าวโทษประนามหยามเหยียดผู้ก่อเหตุ แต่หากใครที่รู้จักกับผู้ก่อเหตุแล้ว จะรู้ได้ว่า เขาไม่ได้เป็นคนที่มีพฤติกรรมเหลวแหลกติดยาแบบนั้น

หากใครที่เคยเสพยา หรือติดยา คงจะรู้ได้ว่า อาการคุ้มคลั่งดังกล่าว เกิดจากการเสพยาเกินขนาด โดยเฉพาะอย่างย่ิง สำหรับคนที่ "ไม่เคย" เสพยามาก่อน ทำให้ไม่สามารถควบคุมสติและพฤติกรรมของตนเองได้!!

ถ้าอย่างนั้น หากว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ก่อเหตุเสพ ซึ่งมีหลักฐานบ่งชี้ได้ว่าก่อนเกิดเหตุนั้นผู้ก่อเหตุไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ และกลับมาบ้านพักที่กรุงเทพพร้อมอาการดังกล่าว ก็สามารถสันนิษฐานได้ว่า "เพื่อน" ชักจูงให้ผู้ตายเสพเช่นกัน เราจะไม่สรุปว่า ผู้ก่อเหตุจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม แต่พฤติกรรมคุ้มคลั่งดังกล่าวสามารถชี้ชัดในตัวว่านี่คือการคลั่งยาบ้า

ที่น่าคลั่งใจไปกว่านั้นก็คือ หลังเกิดเรื่อง เพื่อนของผู้ก่อเหตุยังมีหน้ามาบอกแม่เขาอีกว่า "ไม่มีการเสพยาใดๆทั้งสิ้น" ที่ผู้ก่อเหตุคลั่ง เพราะไปปัสสาวะรดศาลอะไรสักอย่างนี่แหละ มันน่าโมโหมั้ย มีการโยนบาปไปให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกแน่ะ อย่างนี้ใครกันแน่ที่พูดจาลบหลู่ น่าจะโดนเสียให้เข็ด

แต่เรื่องนี้ก็สามารถสรุปผลได้ หลังจากผลชันสูตรว่า ในร่างผู้ก่อเหตุที่ตอนนี้เสียชีวิตไปแล้วมีสารพิษร้ายจากยาเสพติดร้ายแรงนั่นอยู่หรือไม่ หากใช่ พวกเพื่อนๆเขานั่นแหละ ที่โกหก

ซึ่งเราคิดว่าหากเรื่องการเสพยาเป็นจริง น่าจะมีการขยายผล แจ้งจับเจ้าโจรถ่อยพวกนี้โทษฐานแพร่พิษร้ายแ่ก่สังคมด้วยการมีวัตถุเสพติดไว้ในครอบครอง และ เสพยาเสพติดให้โทษ (อาจเสริมอีกกระทง --ซึ่งอาจจะฟังดูเพ้อฝัน ก็คือ ทำให้เพื่อนถึงแก่ชีวิตด้วยการชักจูงเพื่อนให้เสพยา) และขยายผลไปอีกว่า ยานรกนี่ซื้อได้มาจากไหน และสืบสาวราวเรื่องให้กระจ่าง)

เรื่องนี้ทำให้เห็นซึ้งถึงภัยร้ายแรงจากยาเสพติด ว่าถึงแม้จะเสพเพียงแค่ครั้งแรกและครั้งเดียว ก็อาจทำให้จบชีวิตที่ควรจะมีอนาคตอันสดใสไปก่อนวัยอันควรได้ และไม่ใช่เพียงผู้เสพเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากพิษร้ายที่ผู้เสพเสพเข้าไป บุคคลรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใกล้ชิด ล้วนแล้วแต่ประสบเคราะห์จากความเสียใจ ซึ่งอาจรวมไปถึง "ชีวิต" ดังเช่นเรื่องนี้ก็ได้

 ภาพของหญิงและชายคู่หนึ่งที่เดินมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ แหวกฝูงชนที่มุงดูและวิพากษย์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเมามัน ทั้งทู่ถึงกับแทบไม่เชื่อสายตาว่า ร่างไร้วิญญาณที่ทอดยาวอยู่บนถนน หนึ่งนั้นก็คือผู้ที่เพิ่งโทรศัพท์แจ้งให้ออกมารับลูกชายที่เกิดอาการคุ้มคลั่งเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา และอีกฟากของถนนก็คือร่างบุตรชายอันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ถูกกระทำการ "วิสามัญ" เพื่อหยุดอาการคุ้มคลั่งไล่ทำร้ายผู้คน

เสียงร่ำไห้โศกสลดหวนให้นึกถึงโศกนาฏกรรมร้อยพันที่บัดนี้ย้อนรอยมาเกิดขึ้นอีกครั้ง แม้จะต่างกรรมต่างวาระ

แต่ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมเหล่านี้มีเพียงหนึ่งเดียว ก็คือ "ยาเสพติด" ซึ่งเป็นพิษร้าย กร่อนกินสังคมไทยให้เน่าเฟะเหลวแหลกจนยากเยียวยา

ได้แต่หวังว่า "สักวัน ยาเสพติดจะเลือนหายไปจากสังคม"

 

คำไว้อาลัย

หากว่าเจ้าของรถที่ผู้ก่อเหตุโดยสาร "ทิ้งผู้ก่อเหตุ" ที่ "ไร้อาวุธ" บริเวณ "เขียงเนื้อ" เรื่องก็คงไม่รุนแรงถึงขั้นนี้

หากว่าผู้เป็นแม่ของผู้ก่อเหตุที่อยู่ที่ร้อยเอ็ด ไม่ได้ให้ลูกชายตนเดินทางกลับบ้าน เรื่องก็คงไม่เกิด

หากว่า้น้าของผู้ก่อเหตุ (เหยื่อ) ไม่ได้เดินทางเพื่อดูแลหลานชายของตนซึ่งขาดสติอย่างหนัก เรื่องก็คงไม่เกิด

หากว่าเพื่อนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้ชักจูงให้ผู้ก่อเหตุเสพยา (อาจจะโดยรู้หรือไม่รู้ตัว) เรื่องก็คงไม่เกิด

หากว่าผู้ก่อเหตุ เลือกคบเพื่อนดี เรื่องก็คงไม่เกิด

หากว่าเพื่อนของผู้ก่อเหตุ เป็นคนดี ไม่เสพยา เรื่องก็คงไม่เกิด

หากว่าโลกนี้ไม่มียาเสพติด เรื่องก็คงไม่เกิด

----------------------

ถึงผู้ก่อเหต-ุ เรารู้ดีว่านายไม่ใช่คนที่ไร้ความคิดถึงขนาดนั้น แถมนายก็ยังนับได้ว่า เป็นลูกกตัญญู คอยช่วยพ่อแม่ทำงานอยู่ทุกคืน ตอนนี้นายพ้นทุกข์แล้ว ขอให้นายไปสู่สุขคติ แสวงหาทางพ้นทุกข์ จากวัฏฏะสงสารนี้ หากภพชาติมีจริง ก็ขอให้นายหนีพ้นจากยาอุบาทว์ และมีแต่กัลยาณมิตร อันจะส่งเสริมและสนับสนุนให้นายประสบแต่ความสุขและความรุ่งเรื่องต่อไป และเราจะจดจำรอยยิ้มของนายตลอดไป

ถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย- ด้วยความเป็นห่วงหลาน พี่ต้องออกเดินทางดูแลหลานที่คุ้มคลั่งขาดสติ ทั้งๆที่พี่เพิ่งจะเดินทางกลับมากรุงเทพเท่านั้น หากว่าพี่ไม่ได้ตามไปดูแลหลานด้วยความเป็นห่วงพี่ก็คงจะไม่ตาย แต่อาจมีผู้เคราะห์ร้ายจากอาการคุ้มคลั่งของผู้ก่อเหตุก็ได้ นี่ถือได้ว่า เป็นความกล้าหาญของพี่ที่ถึงแม้ก่อนพี่จะตายก็ยังสามารถป้องกันเหตุร้ายอันจะเกิดต่อผู้บริสุทธิ์อีกหลายรายได้ จึงขอให้ผลบุญที่พี่กระทำช่วยปกปักษ์คุ้มครองวิญญาณของพี่ให้ไปสู่สุขคติเทอญ

 

With Respect to my neighbors who has passed away by this incident.

 

 

edit @ 21 Apr 2008 09:34:22 by ~Real๐Nerve~

Harlem Yu 清非得已

posted on 05 Apr 2008 10:50 by realnerve  in Chinese

เมื่อหลายปีก่อน มีละครไต้หวันเรื่องหนึ่ง ที่สร้างชื่อให้กับวง F4 ให้โ่ด่งดังเป็นพลุแตก

หลายคนคงจำกันได้

 

ตอนนั้นเราก็บ้าเรื่องนี้ไปกับชาวบ้านเขาเหมือนกัน ถึงแม้ว่าความคลั่งไคล้ในตอนนั้นจะจางหายไปกับกาลเวลาแล้ว (หมายความว่าแก่ขึ้นนั่นเอง ฮา) เพลงของ เอฟโฟร์ ร้องยังไงก็จำไม่ได้แล้ว

แต่สิ่งเดียวที่ยังคงจำได้ก็คือ เพลงไตเติ้ลประกอบละครที่ยังคงติดหูอยู่ไม่คลาย

บังเิอิญเมื่อวานนี้ เพื่อนคนหนึ่งถามถึงเพลงประกอบละครเรื่องนี้กับเรา ว่ามีเพลงนี้หรือไม่ เราก็กลับไปค้นๆ ปรากฏว่าไม่มี เพลงหายไปไหนไม่รู้ แต่ว่า มีคนโพสต์ไว้ในยูทูป

ถ้าอย่างนั้นก็ มาฟังเพลงนี้กันดีกว่าค่ะ จะกี่ปี ก็ยังฟังสบายหู ติดหูอยู่เหมือนเดิม

 

edit @ 5 Apr 2008 10:58:00 by ~Real๐Nerve~

edit @ 29 Jun 2008 23:16:29 by ~Real๐Nerve~