Same Old Feeling

posted on 29 May 2010 18:55 by realnerve

Not very often that I feel bored;

Not very often that I feel I'm all alone;

Not very often that I feel I have nobody;

Above of all, not very often that I tell the truth.

 

It's so often that I have to hide my thought;

It's so often that I have to hide my anger;

It's so often that I have to hide my sorrow;

Above of all, it's so often that loneliness won't get away.

 

Sorrow, loneliness, madness, anger

How can I get rid off these feelings?

Am I too selfish for not letting these feelings come through my mind?

Am I too selfish for not listen to anyone just to avoid these feeling?

What am I supposed to do?

What should I do?

 

Same old feeling is killing me now.....

 

 

 

 

 

edit @ 29 May 2010 19:07:09 by ~Real๐Nerve~

NEC Meeting YEAH

posted on 13 May 2010 00:04 by realnerve

คิดว่าคงไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่านบล็อกนี้แล้ว เพราะนานม๊ากก ที่ไม่ได้อัพอะไรเลย

ก็เลยหยิบยืมพื้นที่มารวบรวมความเห็นของทุกๆคนที่เรียน NEC ดีกว่า เพราะมีอีกหลายๆคนที่ไม่ได้ใช้เฟซบุ้ค คงไม่สะดวกที่ไปแสดงความเห็นตรงนั้น

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทิพย์เองนะคะ

 

สำหรับเรื่องมีตติ้งที่พี่ต่วนเสนอ ทิพย์เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ว่า จากที่ดู ส่งเมลไปมาเริ่มงงแล้วค่ะว่ามีกี่เสียง ที่จะร่วมไป หรือไม่ไป ตลอดจนสถานที่ ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน

 

ก็เลยขอให้เพื่อนๆที่จะไป มาใส่ในหน้านี้หน้าเดียวจะดีกว่าค่ะว่า โดยขอให้ลงรายละเอียดตามนี้นะคะ

1. ชื่อ

2. ไป หรือ ไม่ไป

3. แนะนำสถานที่

 ----------------------------------------

สำหรับทิพย์ ขอเสนอ

2. ไป

3. ร้านบุฟเฟต์-คาราโอเกะ ตรงสี่แยกกล้วยน้ำไท (หัวมุม) ค่ะ 

จากเอ็นทรีที่แล้ว ที่พูดถึงละครของป๋าคิมุทาคุเมื่อปี 2002 ถึงแม้ว่าเรื่องราวมันจะเศร้า จบแบบ อร๊าากกก ขัดใจคนดู แต่ต้องยกนิ้วกับบทและการแสดงของนักแสดงทุกคน

และที่สำคัญ ก็ต้องเพลงตอนจบ ที่ยกได้มาประกอบได้เข้ากับเรื่องราวเป็นอย่างยิ่ง (เห็นได้ชัดในตอนจบ)

 

เพลงที่ว่าก็คือเพลง  Smile ของ Elvis Costello นั่นเอง

ที่ตอนแรกฟังๆดู ก็รู้สึกเฉยๆ แต่ว่า พอดูตอนจบ แล้วนั่งซึมซับกับเนื้อเพลง ก็ยิ่งอินจัดเพราะเนื้อเพลงที่โดนใจอย่างแรง แม้ว่าเพลงนี้จะเ่ก่ามากมายก็ตามที เอาเป็นว่าลองฟัง แล้วก็ลองแปลกันดูนะคะ (ปล. ไม่แปลให้นะ เพราะว่า เขาใข้คำศัพท์ง่ายๆ กินใจ และ ที่สำคัญเพื่อนๆจะได้ฝึกภาษาไปในตัว 55555

 


Smile - Elvis Costello

Smile though your heart is aching
Smile even though it's breaking
When there are clouds in the sky
You'll get by
If you smile through your fear and sorrow
Smile and maybe tomorrow
You'll see the sun come shining through
For you

Light up your face with gladness
Hide every trace of sadness
Although a tear
May be ever so near
That's the time you must keep on tryin'
Smile, what's the use of cryin'
You'll find that life is still worthwhile
If you'd just smile
(x2)

 

  • Title: 空から降る一億の星
  • Title (romaji): Sora Kara Furu Ichioku no Hoshi
  • Also known as: One Million Stars Falling from the Sky / The Smile Has Left Your Eyes
  • Genre: Mystery, Thriller, Romance
  • Episodes: 11
  • Viewership ratings: 22.26
  • Broadcast network: Fuji TV
  • Broadcast period: 2002-Apr-15 to 2002-Jun-24

(ข้อมูลจาก D-addicts.com)

เรื่องย่อ--

เรื่องเริ่มต้นด้วยคดีฆาตกรรมนักศึกษาสาวคนหนึ่่ง โดยตำรวจที่ดูแลรับผิดชอบคดีคือ นายตำรวจมือเก๋า ผู้รักการทำอูด้งเป็นชีวิตจิตใจ "คันโซ" และเรื่องราว ความรัก ที่เกี่ยวเนื่องพัวพัน ระหว่าง ริว (คิมูระ ทาคุยะ) กับหญิงสาวหลายคน ไม่ว่าจะเป็น มิวะ ลูกสาวคหบดีผู้มั่งคั่ง  ยูกิ สาวน้อยผู้ขาดความรัก และ ยูโกะ น้องสาวของนายตำรวจคันโซ

คดีฆาตกรรม เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง หลายปม หลายเรื่องราว ที่ทำให้สังหรณ์ของนายตำรวจมือเก๋าอย่าง คันโซ รู้สึกว่า ริว จะต้องมีส่วนพัวพันกับคดีฆาตกรรมเหล่านั้น และที่สำคัญ คันโซ จะต้องปกป้องน้องสาวตัวเองจากปีศาจอย่าง ริว ไว้อย่างสุดกำลัง

ปล. ทั้งพระเอกและนางเอก โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในเรื่อง Change

ฉันพูดได้อย่างเต็มปากว่า ทั้งรัก และ ทั้งเกลียดเรื่องนี้

รัก ในส่วนที่การดำเนินเรื่องรวมไปถึงบท ตีแผ่ถึงมุมมืดของจิตใจมนุษย์ได้อย่างถึงแก่น และ ตัวละครแต่ละตัว ล้วนแล้วแต่มีมิติ การกระทำแต่ละอย่างมีเหตุผล หรือแรงจูงใจของแต่ละพฤติกรรมที่ค่อนข้างชัดเจน ตลอดจนฝีมือการแสดงระดับเทพของนักแสดงทุกตัว ที่เอิ่มมม..สมจริงชะมัด โดยเฉพาะสีหน้า แววตา ที่บ่งบอกสถาวะอารมณ์ ของตัวละครของป๋า, ลุงคันโซ และ สาวยูโกะ ได้อย่างยอดเยี่ยม

และที่จะขาดไปไม่ได้ ก็คือซาวน์ประกอบ ที่เลือกมาได้ เข้ากับเนื้อหาของละคร ตลอดจนเพลงตอนจบ ที่เศร้าเหลือใจ (เห็นได้ชัดในตอนจบ ว่า ทำไมถึงเลือกเพลงนี้มาประกอบละคร)

เพลง Smile by Elvis Costello

เกลียด ตรงที่คนเขียนบทช่างโหดร้าย เอาความรักของพระเอกนางเอกมาล้อเล่น มาบิดจบให้เศร้าสะเทื่อนใจสุดๆ แล้ว ..นะ ทำไปได้---

 จากนี้เป็น สปอยเลอร์ สุดๆ หากยังไม่ดู กรุณาอย่าอ่าน  (หากจะอ่าน ลากครอบลงไปด้านล่าง)

1.เรื่องนี้ พูดไ้ด้ว่า เป็นแฟนเซอร์วิสของป๋าอย่างแท้จริง เรท 18++

2. เรื่องนี้พระเอกเด่นมากมาย เล่นเป็นคนที่ไม่มีหัวใจ (ที่จะรักใคร) แต่เมื่อเจอกับยูโกะ และพบว่า ยูโกะมีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกับเขา (คือ การมีแผลเป็นที่เกิดจากการโดนลวก) และรู้สึกผูกพันกับยูโกะ จึงรู้จักที่จะรักใครสักคนเป็นครั้งแรก

3. พระเอกโตมาโดยปราศจากความทรงจำก่อนวัยห้าขวบ เช่นเดียวกับนางเอก ที่โตมาโดยปราศจากความทรงจำก่อนวัยสามขวบ (หลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองมีแผลเป็น เหมือนๆกัน)

4. พระเอกโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โดยไม่มีใครรัก เอาใจใส่ จึงไม่เชื่อในพระเจ้า และมองว่าตัวเองคือพระเจ้าของตัวเอง และพร้อมที่จำกำหนดชีวิตของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ และ พร้อมที่จะบงการชีวิตของคนอื่น รวมไปถึงการมองความรักเป็นแค่เกม ที่ตัวเองพร้อมให้คนอื่นทำอะไรก็ตามที่เขาปรารถนา แล้วถอดหัวใจคนอื่นมาเป็นส่วนๆ ก่อนทำลายมันลงอย่างถาวร

5. ความสามารถพิเศษของริวคือ ความสามารถในการจดจำสิ่งที่เขาเห็นได้ราวกับภาพถ่าย และนี่ คือสิ่งที่ทำให้ คันโซ สงสัยในตัวริว และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในภายหลังด้วย

6. ในอดีต เมื่อ 25 ปีก่อน คันโซ คือนายตำรวจหนุ่มเลือดร้อน ได้ทำการวิสามัญฆาตรกรรายหนึ่ง อันเป็นปมในช่วงท้ายของเรื่อง

7. ยูโกะไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของคันโซ

 

 

ต่อจากเอ็นทรี่นู้น ที่ปูพื้นฐานตัวละครอย่างมิสเตอร์ 99 (ก็สึคุโมะ--ป๋าของพวกเราไง) คราวนี้ก็มีคดีเกิดขึ้นแล้วละค่ะท่าน นี่เป็นส่วนหนึ่งของ episode 1 ที่มีความยาว 100 นาที และผู้ใจบุญก็คือคุณ JewelChanInLove เป็นผู้ทำซับไตเติลภาษาไทยให้เราได้ชมกัน

มาร่วมไขคดีปริศนากับป๋าคิมูระกันเถอะค่ะ 

 

หมายเหตุ---(ยังไม่จบตอน)

 




โปรดติดตามตอนต่อไป

ปล. หากถูกใจ กรุณาฝากคำขอบคุณผู้ทำซับได้นะคะ จะนำไปโพสให้กับคุณ Jewel ในทันใดค่ะ ผู้ทำจะได้มีกำลังใจช่วยทำซับดีๆให้ คนไม่รู้ภาษาอย่างเราๆดูกันนะคะ

edit @ 4 Jun 2009 23:37:56 by ~Real๐Nerve~

Mr. Brain

กำหนดออกอากาศ  23 พฤษภาคม 2009
เวลา  7.54 pm. – 8.54 pm. โดยประมาณ
สถานี TBS

เรื่องย่อ

สึ คุโมะ ริวสึเกะ อดีตเจ้าของโฮสต์คลับที่ผันตัวเองมาเป็นนักประสาทวิทยาประจำสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยมันสมองระดับอัจฉริยะสึคุโมะแก้ไขคดียาก ๆ ต่าง ๆ ได้มากมายไม่ว่าเป็นการก่อการร้าย ลอบสังหาร ฆาตกรรมต่อเนื่อง แม้กระทั่งคดีลักพาตัวโดยอาศัยแนวคิดที่เฉียบคมบวกกับจินตนาการอันบันเจิด เลิศล้ำอันเป็นลักษณะประจำตัว แต่ทว่า … มันสมองอันเฉียบคมไม่ได้ช่วยให้ทักษะทางสังคมดีขึ้นเลยสิน่า เพราะ เจ้าตัวเป็นพวกอ่านสถานการณ์ไม่เก่ง ดังนั้นจึงเป็นบ่อเกิดในการทำลายบรรยากาศอยู่ร่ำไป สึคุโมะทำงานไขคดีโดยมี  ยูริ คาสึเนะ ผู้ช่วยสาว และ ฮายาชิดะ ทาราโนะสึเกะ ตำรวจสอบสวนไฟแรงประจำหน่วยสอบสวนที่ 1 เป็นผู้ช่วย

แนะนำตัวละคร

สึคุโมะ ริวสึเกะ

นัก ประสาทวิทยาหน้าใหม่ประจำกรมตำรวจ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุทำให้สมองได้รับบาดเจ็บ สึคุโมะพบว่าสมองซีกขวาของเขาได้พัฒนาอย่างรวดเร็วผิดปกติ ทำให้เขาสนมจที่จะศึกษาว่าอาการเช่นว่านั้นเกิดได้อย่างไร ซึ่งความสามารถอันเอกอุนี้ได้ไปเข้าตาสถาบันวิจัยิทยาศาสตร์ของกรมตำรวจเข้า สึคุโมะจึงได้รับข้อเสนอให้รับงาน ณ สถาบันวิจัยนั่นเอง ถึงแม้ว่าตัวเขาจะดูเหมือนประหลาด ๆ ทักษะทางสังคมประมาณว่าติดลบ แต่ความสามารถในการแก้ไขคดียาก ๆ วิธีการคิดนอกกรอบ และ ไอเดียเฉียบแหลมเหนือมนุษย์มนาทำให้สึคุโมะพิเศษกว่าใคร ๆ

ยูริ คาสึเนะ

สาว น้อยหน้าใสเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ ก็ได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานในสถาบันวิจัยกันเลยทีเดียว ในชั้นแรกคาสึเนะควรจะไปประจำที่ห้องปฏิบัติการเคมี แต่จับพลัดจับผลูเข้าสู่โลกนักประสาทวิทยา และกลายมาเป็นผู้ช่วย(หนึ่งเดียว)ของสึคุโมะซะนี่ คาสึเนะหลงรักสึคุโมะตั้งแต่แรกเห็น เพราะ ประทับใจกับรูปลักษณะภายนอกสุดเท่ห์ แต่ก็รู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องกลายมาเป็นหนูทดลองให้กับสึคุโมะ อยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะสับสนงุนงงกับความแปลกแหวกแนวของสึคุโมะ แต่เธอกลับเพิ่มเติมความประทับใจวิธีการ และ ความเคลื่อนไหวของสึคุโมะเมื่อยามแก้ไขคดี



ฮายาชิดะ ทาราโนะสึเกะ

นัก สืบหนุ่มน้อยหน้าใหม่ไฟแรงประจำหน่วยสืบสวนที่ 1 และ ผู้ต้บังคับบัญชาของทันบาระ  ทาราโนะสึเกะเป็นพวกรักความยุติธรรม และ กระตือรือล้น เนื่องจากความชื่นชมในตัวหัวหน้างานคือทันบาระ รวมทั้งได้เกี่ยวข้องกับคดีใหญ่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอันเป็นที่รักของ ตนเอง เพราะออกจะพึ่งพาไม่ค่อยได้ และ ออกจะไร้เดียงสาอยู่บ้าง  จึงถูกด่าอยู่เป็นประจำ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังให้ความเคารพต่อทันบาระ และ ค่อย ๆ เพิ่มความเชื่อถือในวิทยาศาสตร์ และ ความสามารถของสึคุโมะมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นพอดคีเกิดขึ้นทีไร ทาราโนะสึเกะเป็นต้องวิ่งไปหาสึคุโมะทุกทีสิน่า


ทันบาระ โทโมมิ

เป็น นักสืบมือเก๋าที่ไขคดีมานับไม่ถ้วน เขาเชื่อมั่นว่าความหนักแน่น อดทน สัญชาติญาณนักสืบ  สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของการทำคีด และ เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขคดีทุกคดี ซึ่งก็แปลว่าทันบาระมีความรู้สึกไม่เชื่อถืออย่างแรงกล้ากับสิ่งที่เรียกว่า นิติวิทยาศาสตร์ ความรู้สึกเช่นว่าทำให้ทันบาระติดอยู่ตรงกลางระหว่างความขุ่นเคืองระคน นับถือกับทางออกสุดมหัศจรรย์ที่อาศัยหลักความรู้ทางประสาทวิทยาของสึคุโมะ

ซาสะ มิฮารุ

หัว หน้าสถาบันวิจัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติผู้นำสึคุโมะเข้าวงการด้วยเชื่อถือ ในความสามารถของเขา แต่ก็รู้สึกขัด ๆ บ้างกับความเป็นอิสระ และ ไม่ขึ้นกับกฎเกณฑ์ของสึคุโมะ

นักแสดงรับเชิญ(ที่ประกาศแล้ว)

ตอนที่ 1 อิชิกาวะ เอบิโซ เจ้าชายแห่งวงการคาบูกิ(ลูกพี่ลูกน้องของมัตสึทาคาโกะ) กับการแสดงละครสมัยใหม่ครั้งแรก ทั้งเ ฮิโรสึเอะ เรียวโกะ

ตอนที่ 2 Gackt นักร้องนักแต่งเพลงหนุ่มนักโทษแดนประหาร และ โคยูกิ

ตอนที่ 3 คาเมะนาชิ คาสึยะ มาในบทคุณหมอ ร่วมด้วย ไอบุ ซากิ

ทั้ง นี้เพื่อการันตีเรตติ้งของละครเนื่องจากเวลานี้จะชนกับวาไรตี้ชื่อดัง นอกจากขนดารามาเต็มพิกัด นักแสดงรับเชิญชื่อดังแล้ว ในส่วนงานโปรดัคชั่นก็เชิญทีมงานนักประสาทวิทยามาร่วมให้คำแนะนำในการเขียน บทด้วยเพื่อให้สมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้

 ----------------------------

เนื้อหาที่น่าจะเป็นไปได้ในตอนที่ 1 โปรดระวังกำลังจะสปอยด์


จะทำอย่างไรเมื่อต้องตกเป็น .. ผู้ต้องสงสัยซะเอง ?


ใน ตอนแรกนี้จะตื่นเต้นซะแล้ว เมื่อสึคุโมะตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการลอบวางระเบิด แต่ในระหว่างการสอบปากคำสึคุโมะได้อาศัยเชาว์ปัญญา และ ทักษะในการใช้เหตุผลเชิงอนุมาน ตั้งคำถามกลับไปยังพนักงานสอบสวน และ ทำให้ตั้งสมมติฐานได้ว่าฆาตกรน่าจะมีเป้าหมายอย่างไร และ เป็นใคร ซึ่งความประสงค์ที่ว่านั้นก็คือ ต้องการฆ่าพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มากทึ่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วเขาคนนั้นเป็นใครกันนะ ? 

---------------------------------

 

ตัวอย่างตอนที่สอง

 

 

  เนื้อหาโดยคุณ Kimurafreek จากเว็บพันทิปดอทคอมค่ะ (คลิกโลด)

 

หลังจากบ้าบอมาหลายวัน ก็ได้ชมละครใหม่ล่าสุดของป๋าคิมุทาคุ ที่กำลังออนแอร์สดๆที่ช่อง TBS ของญี่ปุ่น

ศึกฟาดงวงฟาดงาชิงเรตติ้งก็ดำเนินไปด้วยดีด้วยพลังของป๋า และบรรดาแขกรับเชิญทั้งหลายระดมพลและโปรดักชั่นค่อนข้างจะ เิอิ่มมม ยิ่งใหญ่อลังการ

เนื่องจากเราก็ได้ชมแบบไม่รู้เรื่อง (ขออภัยค่า ภาษาญี่ปุ่นไม่กระดิก) แต่ก็ดูไปด้วยความกระดี๊กระด๊า ที่จะได้ชมลุ้คใหม่ของป๋าคิมุทาคุของพวกเรา (เหอๆๆๆ)

ในเรื่องที่แล้วของป๋า พวกเราได้ชมป๋าใน Change กับมาดนายกสุดเท่+ครูสุดโก๊ะไปแล้ว

มาเรื่องนี้ เราจะได้เห็นป๋าอีกหลายๆมาด แต่ที่จะเห็นเป็นส่วนใหญ่คือมาดเอ๋อแฮะ

 

และด้วยความบังเอิญและโชคดีเป็นอย่างยิ่้ง มีผู้ใจบุญได้ทำซับไทย ในช่วง20นาทีแรกของตอนแรกที่ออกฉายไปเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา แปะไว้ในเว็บพันทิป  เราจึงได้ขออนุญาตนำมาแปะไว้ในนี้ เผื่อหลายๆคนอาจจะอยากดูป๋าในลุคใหม่ กับละครเรื่องใหม่

อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้ทำซับได้ตัดออกไปนิดหนึ่งและแจ้งไว้ล่วงหน้าก็คือตอนผ่าตัด (ช่วงจบของคลิปที่1) ซึ่งอาจเป็นภาพที่ไม่น่าชมสักเท่าไหร่ จึงได้ตัดออก แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อเนื้อหาใดๆทั้งสิ้น 

 

 

 

ซับไตเติล/ตัดต่อโดยคุณ JewelChanInLove

ที่มา กระทู้หนึ่งในเว็บพันทิป (คลิกโลด)

 คลิปแรก

 

คลิปที่ 2

 

คลิปที่ 3

 

คลิปที่ 4

 

 

  สำหรับรายละเอียดอื่นๆ จะนำมาโพสต์เพิ่มเติมเมื่อเจ้าของข้อมูลอนุญาตค่า

edit @ 2 Jun 2009 11:18:19 by ~Real๐Nerve~

好听--เพลงเพราะๆมาอีกแร้ว

posted on 29 May 2009 23:26 by realnerve  in Chinese

ข้ามช็อตไปมา ดูละคร บ้าคิมุทาคุไปในมาดนายกสุดเท่ห์ ขอกลับมาฟังเพลงจีนบ้างคร๊าบพี่น้องคร๊าบ

 

เพลงนี้เพราะน่ารัก ลองฟังดูแล้วกันค่า

ทดลองแปลมาด้วย ไม่รู้จะเพราะหรือไม่ รบกวนด้วยนะค้าาา

 


haoting - ÐíÈãÜ¿

 

 

许茹芸 好听 歌词


你说的话(nǐshuōdehuà) 我都相信(wǒdōuxiāngxìn) 

ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันเชื่อทั้งนั้น
说得好听(shuōdehǎotīng) 说得甜蜜(shuōdétiánmì) 

ทุกคำที่เธอพูดช่างไพเราะและหวานจับใจ
你说的每一句我都相信(nǐshuōdeměiyījùwǒdōuxiāngxìn) 

ทุกๆประโยคที่เธอกล่าว ฉันเชื่อเธอ
为了爱情(wèileàiqíng) 失了聪明(shīlecōngmíng) 

เพราะความรักบดบังสติปัญญา
听你的话(tīngnǐdehuà) 闭上眼睛(bìshàngyǎnjīng) 

เชื่อแต่คำพูดของเธอโดยไม่ลืมหูลืมตา


这个梦多美丽(zhègemèngduōměilì) ‑ 

ฝันนี้ช่างงดงามเสียจริง
让它继续(ràngtājìxù)  
อยากให้ฝันนี้ไม่มีวันสิ้นสุด

------------------------------
你说的话总那么好听(nǐshuōdehuàzǒngnàmehǎotīng) 

ทุกๆสิ่งที่เธอพูดช่างไพเราะน่าฟัง
你爱不爱我不能确定(nǐàibúàiwǒbùnéngquèdìng) 

เธอรักฉันหรือไม่ ฉันไม่กล้าตัดสิน
也许你只把它当游戏(yěxǔnǐzhībǎtādāngyóuxì) 

หากว่านี่เป็นเพียงแค่เกมแล้ว
我却爱得太用力(wǒquèàidétàiyònglì) 
ฉันกลับรักเธอเสียจนหมดใจ

 

-------------------------------------
你说的话(nǐshuōdehuà) 我都相信(wǒdōuxiāngxìn) 

ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันเชื่อทั้งนั้น
说得好听(shuōdehǎotīng) 说得甜蜜(shuōdétiánmì) 

ทุกคำที่เธอพูดช่างไพเราะและหวานจับใจ
你说的每一句我都相信(nǐshuōdeměiyījùwǒdōuxiāngxìn) 

ทุกๆประโยคที่เธอกล่าว ฉันเชื่อเธอ
为了爱情(wèileàiqíng) 失了聪明(shīlecōngmíng) 

เพราะความรักบดบังสติปัญญา
听你的话(tīngnǐdehuà) 闭上眼睛(bìshàngyǎnjīng) 

เชื่อแต่คำพูดของเธอโดยไม่ลืมหูลืมตา


这个梦多美丽(zhègemèngduōměilì) ‑ 

ฝันนี้ช่างงดงามเสียจริง
让它继续(ràngtājìxù)  
อยากให้ฝันนี้ไม่มีวันสิ้นสุด

-----------------------------------------------

 

你说的话总那么好听(nǐshuōdehuàzǒngnàmehǎotīng) 

ทุกๆสิ่งที่เธอพูดช่างไพเราะน่าฟัง
你爱不爱我不能确定(nǐàibúàiwǒbùnéngquèdìng) 

เธอรักฉันหรือไม่ ฉันไม่กล้าตัดสิน
也许你只把爱当游戏(yěxǔnǐzhībǎàidāngyóuxì) 

หากเธอเอาความรักมาล้อเล่น
我却没那么聪明(wǒquèméinàmecōngmíng) 

ฉันไม่ฉลาดถึงเพียงนั้น

--------------------------------------------

你说的话总那么好听(nǐshuōdehuàzǒngnàmehǎotīng) 

ทุกๆสิ่งที่เธอพูดช่างไพเราะน่าฟัง
你爱不爱我不能确定(nǐàibúàiwǒbùnéngquèdìng) 

เธอรักฉันหรือไม่ ฉันไม่กล้าตัดสิน
我会关掉你送的手机(wǒhuìguāndiàonǐsòngdeshǒujī) 

ฉันจะปิดโทรศัพท์ที่เธอให้มา
然后静静不去理(ránhòujìngjìngbúqùlǐ) 

จากนั้นรอคอยอยู่อย่างเงียบๆ

你说的话总那么好听(nǐshuōdehuàzǒngnàmehǎotīng) 

ทุกๆสิ่งที่เธอพูดช่างไพเราะน่าฟัง
你爱不爱我不能确定(nǐàibúàiwǒbùnéngquèdìng) 

เธอรักฉันหรือไม่ ฉันไม่กล้าตัดสิน
我会关掉你送的手机(wǒhuìguāndiàonǐsòngdeshǒujī) 

ฉันจะปิดโทรศัพท์ที่เธอให้มา
然后静静(ránhòujìngjìng) 轻轻(qīngqīng) 

ท่ามกลางความเงียบงัน
是再也不去理(shìzàiyěbúqùlǐ)

และรอคอยเธอไม่ไปไหน

 

ปล. แปลตรงท้ายๆอาจเพี้ยน แต่งง สรุปยัยนี่จะรอคนใจร้ายนี่ต่อไปหรอ

หากใครเห็นว่าควรแก้ไขตรงไหน บอกทีค่า

 

edit @ 29 May 2009 23:55:17 by ~Real๐Nerve~

edit @ 1 Jun 2009 10:13:55 by ~Real๐Nerve~

กว่าจะมาห้อยกระแสดูละครญี่ปุ่นน้ำดีอย่าง  Change ก็เป็นช่วงที่ละครจะอวสานเสียแล้ว ทำให้ต้องขวนขวายไปหาโหลดมาดูกับเขาบ้าง แล้วก็ไม่ผิดหวังกับละครญี่ปุ่นเรื่องนี้ ที่มีป๋า คิมูระ ทาคุยะ มาแสดงนำเป็นท่านนายกฯในฝัน

ท่านนายกฯ ที่ใส่ใจกับประชาชน

ท่านนายกฯ ที่มองปัญหาด้วยสายตาของคนธรรมดามอง

ท่านนายกฯ ที่รับฟังปัญหาและเสียงร้องของประชาชนคนเดินดิน

ท่านนายกฯ ที่พร้อมจะเดินด้วยสองเท้า ก้าวไปยังที่ๆมีปัญหาเพื่อทำการแก้ไข

ท่านนายกฯ ที่พร้อมจะใช้สองมือเข้าแก้ปัญหาที่ชาวบ้านประสบ

ท่านนายกฯ ที่พร้อมจะแก้ปัญหาบ้านเมือง เพื่อประชาชนเพื่อนร่วมชาติ โดยไม่แยแสถึงอำนาจและอิทธิพลรอบตัว

 และประเด็นที่จะพลาดไปไม่ได้ก็คือ นายกที่หล่อสุดใจขาดดิ้นชนิดลงไปขักแหงกๆลงบนพื้นก็ยังไม่หายกรี๊ด (เวอร์ไป)  อันที่จริงประเด็นนี้เป็นเพียงแค่องค์ประกอบย่อยๆ แค่ดึงให้คนมาชมละคร สนใจ และเข้าใจการเมืองมากยิ่งขึ้นก็เท่านั้น และการดึงเอาป๋าทาคุยะมาเล่นเป็นท่านนายกมือสมัครเล่นแต่ทุ่มชีวิตให้กับหน้าที่เต็มร้อยแบบนี้ เป็นเรื่องที่ทำได้ถูกอย่างยิ่ง (หุหุหุหุ)

ปัจจัยที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านักแสดงนำทั้งหลาย ก็คือ บท และโครงเรื่อง และการเล่าเรื่อง ที่กล่าวถึงคนธรรมดา (ที่ไม่ธรรมดา) จะต้องก้าวมารับตำแหน่งนายกฯ และจะต้องก้าวฝ่าปัญหาต่างๆไปให้ได้ ตามสไตล์ละครญี่ปุ่นทั้งหลาย  เรื่องนี้ อาจดูธรรมดา แต่ต้องอย่าลืมว่า ในความเป็นจริง การเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน ยากแท้ หยั่งถึง แต่การที่ผู้จัดและคนเขียนบท ร้อยเรียงเรื่องราว และเลือกสถานการณ์ขึ้นมาผูกเรื่อง ทำให้เรื่องการเมืองที่คนทั่วไปคิดว่ายากนั้น เข้าถึงได้ง่าย และเข้าใจได้ ชนิดที่เคตะพูดบ่อยๆว่า "กรุณาพูดเหมือนผมเป็นเด็ก ป.5 ฟังได้มั้ยครับ" เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของละครเรื่องนี้

ฉันชอบละครเรื่องนี้มาก เพราะ ทุกคำพูด ทุกประโยคที่ปรากฏขึ้นในละครเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่สะท้อนความคิด และทัศนคติที่ประชาชนมีต่อการเมืองได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะชาติใด ภาษาใด ก็ตามที การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ความละโมบ และ อิจฉาริษยา ซึ่งประชาชนทุกคน ต้องออกมามีส่วนร่วมเพื่อที่จะเลือกคนที่จะเข้ามาในสภา

อย่างที่ ฯพณฯ อาซากุระ พูดไว้ในตอนจบ ว่า ประชาชนนั่นแหละ เป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง และเป็นผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ต้องการได้

 

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นอกเหนือจากการไปทัวร์ทำบุญ ร่วมงานบวช และ สักการะอริยสงฆ์แล้ว เราได้เรียนรู้เรื่องราวเพิ่มมากขึ้น และรู้ซึ้งได้อย่างชัดเจนว่า ละครน้ำเน่า ก็ได้มาจากชีวิตจริงของคนเรานั่นแหละ

โดยเฉพาะอำนาจของเงินตรา ที่ทำให้ลูก ทรยศได้แม้กระทั่งแม่ของตัว

มันเป็นเรื่องราวที่น่าสะท้อนใจ และน่าหดหู่เหลือเกิน

เราเอง เคยดูละครมาก็หลายร้อยเรื่อง อ่านนิยายมาก็หลายร้อยเรื่อง เคยบ่นเคยด่าผู้สร้างผู้เขียน ว่าไม่มีพล็อตอื่นแล้วหรือยังไง ละครไทย นิยายไทย (หรือแม้แต่เกาหลีบางเรื่อง) พล็อตก็หนีไม่พ้น แย่งผู้ชาย ชิงมรดกเจ้าคุณปู่ วนเวียนกันอยู่แค่นี้

 แต่สิ่งที่เราบ่นและค่อนแคะอยู่ในใจ กลับมาเกิดอยู่ใกล้ตัว โดยที่ไม่มีการระแคะระคายใดๆ ว่าคนๆหนึ่งที่เราเห็นมาแต่เด็ก เคารพนับถือเป็นญาติผู้ใหญ่ กลับยักยอกฉ้อฉล ทรัพย์สมบัติที่ไม่ใช่ของตัว

เรื่องของเรื่องก็คือ มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมีลูกอยู่หลายคน กำหนดไว้แต่แรกว่า จะทำการแบ่งสมบัติให้บรรดาลูกชายคนละเท่าๆกัน โดยแบ่งเปิดบัญชีไว้ในนามของมารดาเพื่อ(ชื่อบุตรชาย) สินทรัพย์อื่นๆ เช่นเครื่องประดับต่างๆมีการทำรายการถ่ายรูปและระบุชื่อผู้รับไว้อย่างชัดเจน ในขณะที่บรรดาลูกสาว ได้รับเงินก้อนจากมารดาเป็นจำนวนมาก (ทั้งการออกปากยืมและไม่คืน และการขอโดยสุจริต)

โดยบรรดาลูกชายให้เงินเดือนมารดาเดือนละ 10000 บาท เพื่อใช้สอย มารดาได้ตกเดือนละ 5หมื่นบาทจากลูกชายห้าคน แต่ลูกสาวไม่เคยให้สักนิด ทุกท่านคิดดู เดือนละห้าหมื่น หนึ่งปี ตกหกแสน และให้เช่นนี้มานับสิบปี โดยที่คนแม่ไม่เคยใช้เอง ควรจะมีเงินในบัญชีสักเท่าไหร่

ในช่วงปีหลังๆ หญิงคนนี้พาแม่ไปธนาคาร กลับมาพร้อมสีหน้าเบิกบานใจ

ในช่วงปีหลังๆ หญิงคนนี้ทำตัวร่ำรวยผิดหูผิดตา ใช้เงินเป็นเบี้ย และคุยโวโอ้อวด

ในช่วงปีหลังๆ มารดาของหญิงคนนี้ บ่นอยู่เสมอว่าเงินหายบ้าง เครื่องประดับหายบ้าง แต่ไม่มีใครเอะใจ คิดว่าคนแก่ก็อย่างนี้แหละหลงๆลืมๆ

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สะใภ้คนหนึ่งสะกิดใจที่แม่สามีบ่น และอาสาไปตรวจสอบที่ธนาคาร แต่ลูกสาวกีดกัน จึงเป็นชนวนให้บรรดาสะใภ้สงสัยหนัก และเดินหน้าตรวจสอบ

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการถ่ายโอนทรัพย์สินเข้าสู่บัญชีของหญิงคนดังกล่าว ร่วม 7 แสนบาท ยังไม่นับถึงสินทรัพย์เครื่องประดับที่หลงเหลือเพียงแค่ถุงพลาสติกบันทึกขื่อผู้รับเปล่าๆ 

มารดาของหญิงคนนี้ ไม่รู้เรื่อง บอกว่า ลูกสาวพาไปธนาคาร เพื่อปรับสมุด แล้วก็เขียนใบอะไรมาก็ไม่รู้ให้มารดาเซ็น และทำดังว่ามาเป็นปี!!!!

ต้องออกตัวก่อนว่า มารดาของหญิงคนนี้ อายุ แปดสิบกว่าแล้ว เริ่มมีอาการหลงๆลืมๆ และการทำเช่นว่า คือการจงใจยักยอก

ลูกชายและลูกสะใภ้ตรวจสอบ ปรากฏว่า ยอดเงินที่มารดาฝากให้พวกเขาต่างถูกยักยอกทั้งสิ้น มากน้อยสุดแต่บุญกรรม

หญิงคนดังกล่าวยังมีการปฏิเสธเสียงแข็ง อ้างว่าเงินของมารดา หล่อนเป็นลูกย่อมมีสิทธิ์

สิทธิ์อะไร

สิทธิ์ในการยักยอกกระนั้นหรือ

สิทธิ์ในการเบียดบังจากบัญชีของผู้อื่น(พี่ชาย) กระนั้นหรือ

สิทธิ์ในการเบียดบังเงินก้อนที่ลูกๆให้แม่ใช้ยามแก่เฒ่า และรักษาตัว กระนั้นหรือ

 

ฉันรับฟังเรื่องดังกล่าวด้วยความสะท้อนใจ มารดาของหญิงคนนั้น จะรู้สึกเช่นไร ว่าลูกสาวที่ตนเองรักดังแก้วตา ให้เงินทองใช้จ่ายทุกคราว เมื่อลูกสาวร้องขอ ดาวน์คอนโด ผ่อนรถให้ แต่ลูกสาวกลับตอบแทนพระคุณมารดา ด้วยการ ยักยอก ฉ้อฉล และไม่เคยแม้แต่ดูดำดูดีเวลามารดาเจ็บไข้ เข้าโรงพยาบาล

ชีวิตของฉัน ฉันไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ ด้วยการดูแลเลี้ยงดูท่านยามแก่เฒ่า

 ฉันเชื่อในบาปบุุญคุณโทษ ทำสิ่งไดย่อมได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม แม้จะไม่ได้รับผลกรรมในวันนี้ แต่ผลกรรมสนองคืนไม่วันใดก็วันหนึ่ง เสียงก่นด่าสาปแช่งจากมารดา และผู้ให้กำเนิด เปรียบเสมือนกับความหายนะและเงามืดที่จะติดตัวลูกคนนั้นไปตราบชั่วกาลนาน

ฉันปิดโทรทัศน์ลงเมื่อละครจบ พร้อมๆกับคิดอยู่ในใจว่า ฉันนี่น่าจะไปแต่งนิยายบ้างก็คงดี เพราะพล็อตเรื่องใกล้ตัวนี่ ช่างน้ำเน่าเสียนี่กระไร แล้วก็นึกไปอีกว่า สรุปแล้ว ปัญหารอบๆตัวที่เกิดขึ้นนี่ มันมาจาก ละคร ส่งผลกระทบต่อสังคม หรือว่า สังคมเป็นแรงบันดาลใจต่อผู้ประพันธ์นิยายหรือบทละคร กันแน่